หน้าแรก


ความรู้เกี่ยวกับบ้านดิน:

เอกสารของคณะวิศวฯ

มาตรฐานบ้านดิน

ขั้นตอนการก่อสร้าง

Website ที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสอบถาม


แม่โจ้บ้านดิน:

ประวัติความเป็นมา

ผู้นำชุมชน

ผังบริเวณบ้านดิน

รูปภาพบ้านดินเดิม

สถานที่ท่องเี่ที่ยว

แผนที่บริเวณใกล้เคียง


โครงการฐานการเรียนรู้

วัตถุประสงค์

การดำเนินการ

ขั้นตอนการดำเนินงาน

ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

ก่อน/หลังมีฐานการเรียนรู้

ประโยชน์ที่ได้รับ

ประวัติความเป็นมาของแม่โจ้บ้านดิน

ที่ตั้ง
หมู่บ้านแม่โจ้ อยู่ห่างจากอำเภอแม่แตงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 17 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 57 กิโลเมตร ไปตามถนนเชียงใหม่-ฝาง (ทางหลวงหมายเลข 107) แล้วเข้าไปตามถนนหมู่บ้านประมาณ 9 กิโลเมตร และห่างจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล 12 กิโลเมตร (20 นาที) การคมนาคมสะดวกเพราะสภาพเป็นถนนลาดยางสลับกับถนนคอนกรีต ตลอดสาย 

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน
เริ่มตั้งหมู่บ้านประมาณ 200 ปีที่ผ่านมา โดยอพยพมาจากหมู่บ้านใกล้เคียง ตั้งชื่อตามลำห้วยที่ไหลผ่านหมู่บ้าน คือลำห้วยแม่โจ้ ซึ่งมีความอุดมวมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูก เดิมมีชาวบ้านมาตั้งรกรากประมาณ 2-3 ครัวเรือน ภายหลังเพิ่มเป็น 25 ครัวเรือน และขยายขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน

 

โฮมสเตย์แม่โจ้บ้านดิน
การทำบ้านดินมีต้นแบบมาจากคุณโจน จันได ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านแม่โจ้แห่งนี้ คุณโจนได้ให้ความรู้ถึงวิธีการสร้าง บ้านดินและรูปแบบการทำเป็นบ้านดินโฮมสเตย์เพื่อรองรับการท่องเทียวเชิงเกษตร ช่วงฤดูร้อนบ้านดินจะเย็น ช่วงฤดูหนาวบ้านดินจะอบอุ่น เนื่องจากดินที่นำมาทำบ้านจะดูดซับความร้อนและความเย็นได้เป็นอย่างดี
วัตถุดิบที่นำมาสร้างบ้านก็ใช้ของที่มีในหมู่บ้านเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นดินที่ใช้สร้างบ้าน ใบตองตึงที่ใช้ทำหลังคา รวมทั้งการร่วมมือร่วมใจกันของชาวบ้านที่มาช่วยกันสร้าง ทำให้ต้นทุนในการสร้างไม่สูงมากนัก
การมาพักที่โฮมสเตย์ ผู้ที่มาพักจะได้เรียนรู้ถึงวิธีการทำบ้านดิน การทำการเกษตรแบบเกษตรอินทรีย์ วิถีของชาวบ้าน วััฒนธรรมท้องถิ่น และธรรมชาติที่สวยงาม

วิถีชีวิตและอัตลักษณ์
ชาวบ้านที่บ้านแม่โจ้ทำการเกษตรและปลูกไม่ผลต่างๆเป็นอาชีพหลัก ในอดีตวิธีทำการเกษตรเน้นการทำให้ได้ปริมาณมากโดยใช้สารเคมี ทำให้เกิดผลกระทบมากมาย สภาพดินก็แย่ลง หนี้สินก็มากขึ้นเนื่องจากราคาสารเคมีต่างๆ จนทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสิน แย่ลงทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ
หลังจากที่คุณโจ จันได ผู้สร้างบ้านดินคนแรกๆในเมืองไทย ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่และสร้างบ้านดินขึ้นมา ได้มีแนวคิดที่จะสะสมเมล็ดพันธุ์พืชสำหรับการเกษตรพอเพียงเพื่อพึ่งพาตนเอง ชาวบ้านจึงเกิดความสนใจและได้รับความรู้ในการทำบ้านดินรวมทั้งรูปแบบและขั้นตอนการดำเนินการเพื่อทำเป็นบ้านดิน จากคุณโจน ชาวบ้านจึงได้นำวัตถุดิบที่มีในหมู่บ้านมาสร้างบ้านดินโฮมสเตย์ขึ้นเพื่อสร้างรายได้เข้าสู่หมู่บ้าน ลดการออกไปหางานนอกหมู่บ้าน และจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปัจจุบันเริ่มมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากขึ้น ผนวกกับชาวบ้านได้เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวง จึงหันมาใช้ชีวิตแบบพอเพียง ปลูกพืชทุกอย่างที่กินได้ตามแนวเกษตรอินทรีย์ ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อ และถ้าเหลือจากการบริโภคก็นำไปขาย ส่วนพืชผักเศรษฐกิจต่างๆที่เป็นที่ต้องการของตลาดก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยจากธรรมชาติมากขึ้น ส่งผลให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ชาวบ้านยังทำหัตถกรรมต่างๆเช่น งานแกะสลักไม้ และงานจักสานซึ่งสามารถนำมาตกแต่งบ้านดินให้ดูสวยงาม และสามารถทำเป้นแอาชีพหารายได้มาเลี้ยงครอบครัวได้อีกด้วย

เมื่อหมู่บ้านมีงานประเพณีหรืองานกิจกรรมที่เป็นงานส่วนรวมของหมู่บ้าน ชาวบ้านจะมารวมตัวกันช่วยทำงานอย่างแข็งขันเพื่อให้งานเสร็จทันเวลาและสำเร็จลุล่วงด้วยดี
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหมู่บ้านได้รับความช่วยเหลือและงบประมาณไม่มากนัก ชาวบ้านจึงร่วมแรงร่วมใจกันดูแลและพัฒนาหมู่บ้าน โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดิริของในหลวงเพื่อให้หมู่บ้านสามารถพึ่งพาตัวเองได้

กลุ่มแกะสลัก
งานแกะสลักไม้เป็นหัตถกรรมของหมู่บ้านที่มีความโดดเด่นและสวยงาม กลุ่มแกะสลักเริ่มจากชาวบ้านในหมู่บ้านที่มีฐานความรู้ด้านการแกะสลักได้เรียนรู้วิธีการแกะลักจากตัวเมืองเชียงใหม่ แล้วนำมาเผยแพร่กับคนในหมู่บ้าน และได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มแกะสลักขึ้น งานแกะสลักที่ชาวบ้านได้ทำอยู่จะเป็นงานแกะสลักรูปช้าง งาช้าง และสัตว์ต่างๆด้วยฝีมือที่ปราณีต ทำออกมาได้อย่างสวยงาม จึงเป็นที่สนใจทำให้ลูกค้ามาสั่งงานถึงที่บ้าน งานแกะสลักส่วนใหญ่จึงเป็นงานที่ทำตามที่ลูกค้าสั่งไว้ ปัจจุบันงานแกะสลักไม้ได้ขยายออกเป็นงานกลึงไม้ซึ่งทำเป็นจาน ภาชนะ หรือรูปแบบต่างๆตามที่ลูกค้าต้องการ
กลุ่มจักสาน
งานจักสานเป็นงานหัตถกรรมที่ชาวบ้านแม่โจ้ได้ทำกันมาเป็นเวลายาวนาน โดยนำไม้ไผ่มาจักสานเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ปัจจุบันเครื่องใช้จากงานจักสานไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก งานจักสานส่วนใหญืในหมู่บ้านจึงเป็นงานเฉพาะ เช่น งานสานตะกร้าใส่ผัก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ก๋วย นั่นเอง งานสานตะกร้าใส่ผักส่วนใหญ่จะมีคนมาสั่งทำ โดนบางคนนำไม้ไผ่มาให้ด้วย ชาวบ้านที่ว่างเว้นจากการทำไร่นาก็จะมาทำงานจักสาน แม้รายได้ต่อใบจะไม่มากนัก แต่ชาวบ้านที่ชำนาญก็สามารถสานตะกร้าได้สูงสุดวันละ 40 ใบ ซึ่งเป็นรายได้ที่ดีพอสมควร ดังนั้นงานจักสานจึงเป็นงานหัตถกรรมที่สร้างรายได้ที่ดีให้กับชาวบ้านอีกทางหนึ่ง

 


คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา เขตพื้นที่เชียงใหม่
128 ถนนห้วยแก้ว ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300 โทรศัพท์ 0-5392-1444 ต่อ2401-2